[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'title'
[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'url'
[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'title'
[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'url'
เดี่ยว 4 ตะลอน "อุดร-หนองคาย" กันครับ..
หน้าแรก  gallery  forum  member list  us  link  สมัครสมาชิก   เข้าสู่ระบบ    
 †








หน้าแรก » ทัศนาจรตะลอนเที่ยวไทย

  วันเวลาปัจจุบัน 24 ตุลาคม 2017, 05:21  Bookmark and Share  


ตั้งกระทู้ใหม่  ตอบกระทู้ 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 4 หน้า
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป
1.  23 มิถุนายน 2010, 21:13   post id:2331
avatar
blank.gif yakthai  ลงทะเบียนเมื่อ: ธันวาคม 2009 โพสท์: 791      ได้ใจ : 47      มอบใจ : 72  


(•¸• )ไม่มีใครสอนให้เราเก่งได้นอกจากตัวเราเองฝึกฝนตัวเอง..


.

ขึ้นต้นเดี่ยว 4 ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับโน๊ตอุดมนะครับ แต่ผมกำลังจะบอกว่า..
เป็นการตะลอนเที่ยวคนเดียวสี่วัน "อุดร-หนองคาย" เท่านั้นครับ..

ออกทริปคนเดี่ยวครั้งนี้ผมตั้งใจจะไปที่ "วัดภูทอก" จังหวัดหนองคาย ซึ่งมันอยู่ในความทรงจำ..
เมื่อสิบกว่าปีก่อนผมเคยดูรายการทีวีที่นำเสนอความเป็นมาของวัดภูทอก..
ซึ่งรายละเอียดต่างๆนั้นผมจำไม่ได้แล้ว มีเพียงภาพภูเขาที่มีสะพานไม้เก่าๆทำเป็นทางขึ้นรอบตัวภูทอกอยู่..

ผมเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เอาแผนที่หรือหาข้อมูลใดๆทั้งสิ้น มีเพียงเครื่อง GPS นำทางและคิดไว้ว่าเวลานี้มันคงไว้ใจได้มากที่สุด..

ผมออกเดินทางเช้ามืดของวันที่ 6 มิถุนายน 2553 มุ่งตรงจังหวัดอุดร..
จุดหมายปลายแห่งแรกที่อยากไป "วัดป่าภูก้อน" ที่ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาตินายูง-น้ำโสม อำเภอนายูง..

พอไปถึงวัดป่าภูก้อนในตอนบ่าย ผมเดินชมวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาวที่กำลังก่อสร้างอยู่..
และรู้สึกผิดหวังที่ "พระพุทธไสยาสน์หินอ่อน" ถูกปิดด้วยแผ่นเหล็กและผ้าใบเพื่อป้องกันไม่ให้ได้ครับความเสียหายขณะก่อสร้างวิหาร..
ผมเดินชมสักพักก็คิดจะกลับอยู่แล้วครับ เพราะวัดกำลังก่อสร้าง การมาครั้งนี้คงไม่มีโอกาสสักการะพระนอนหินอ่อนความยาว 20 เมตรแน่ๆ..

แล้วผมก็ได้พบกับคุณแม่ปิยวรรณ วีรวรรณ คุณแม่ทักผมว่ามาจากไหน..
ผมบอกว่ามาจากกรุงเทพฯครับ  คุณแม่ปิยวรรณยิ้มและบอกว่าคุณแม่ก็มาจากกรุงเทพเช่นเดียวกัน..

คุณแม่ปิยวรรณถามผมต่อว่า เห็นท่านหรือยัง (หมายถึงพระนอนหินอ่อน)..
ผมก็บอกว่าไม่เห็นครับเพราะแผ่นเหล็กปิดไว้..
คุณแม่ก็เมตตาบอกว่าเข้าไปได้นะ แล้วก็ให้คนพาผมลอดนั่งร้านเข้าไปไห้วพระพุทธไสยาสน์สมดังตั้งจิต..


วิหารพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี วัดป่าภูก้อน ที่กำลังก่อสร้าง..
 Image


ผมลอดนั่งร้านเข้าไปไว้ไหว้พระนอนหินอ่อนได้สักพักฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก..
กะว่าจะยืนรอให้ฝนหยุดตก แต่ดูแล้วฝนวันนี้ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยครับ..
รออยู่ครึ่งชั่วโมงก็ผมเลยตัดสินใจวิ่งลุยฝนกลับไปที่รถที่จอดอยู่ด้านล่าง..



พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาว ปางปรินิพพาน..
 Image


นอกนั้นคุณแม่ปิยวรรณ ยังเล่าให้ผมฟังว่า คุณแม่เอาแบบพระนอนจากรูปทรงภูเขาที่อยู่หน้าโรงเรียนบ้านนาตูม..
ขณะนั้นคุณแม่ไปสร้างโรงเรียนบ้านนาตูมและได้นั่งมองภูเขาด้านหน้าโรงเรียนทุกวันจนเห็นเป็นรูปทรงพระนอนครับ..

ผมเลยตามไปพิสูตรมาเหมือนกันครับว่าภูเขาที่คุณแม่ปิยวรรณพูดถึงจะมีรูปทรงเป็นพระนอนอย่างไร..
ปัจจุบันผ่านมาหลายปีแล้วผมคิดว่าสภาพทั่วไปโดยเฉพาะต้นไม้ที่อยู่บนภูเขาทำให้รูปทรงอาจเปลี่ยนไปบ้างครับ..

 Image


รูปนี้ผมลองเอาภาพพระพุทธไสยาสน์มาซ้อนทับดูครับ..แล้วแต่วิจารณญาณของเพื่อนๆนะครับ..

 Image


และก่อนที่ทุกสิ่งจะมืดมิดเพราะดวงอาทิตย์จะลับฟ้า ผมจะเดินทางไปพักที่บ้านพักครูโรงเรียนบ้านเพิ่ม อำเภอนายูง..
ที่อยู่ห่างจากที่นี่ไปประมาณ 20 กิโลเมตร หลังจากได้พบครูอาร์ตและได้ชวนให้ผมไปพักที่นั่นครับ..

  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
2.  23 มิถุนายน 2010, 21:40   post id:2347
yakthai
.

โรงเรียนบ้านเพิ่มเป็นโรงเรียนในหุบเขาที่บรรยากาศดีม๊ากๆถูกใจผมเป็นที่สุด..
ที่นี่ไม่มีร้านอาหาร ครูอาร์ตเล่าให้ฟังว่าอาหารเช้าไม่มี  ส่วนอาหารกลางวันทางโรงเรียนจะทำให้เด็กกินก็ถือโอกาสกินกับเด็กๆ..
ส่วนอาหารเย็นคงหนีไม่พ้นอาหารญี่ปุ่นเป็นประจำ..

แล้วค่ำคืนนั้นท้องผมก็เต็มไปด้วย "มาม่า รสต้มยำกุ้ง" 2 ห่อจุใจไปเลยครับ..

Image

  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
3.  23 มิถุนายน 2010, 22:10   post id:2360
yakthai
.

เช้าที่สดใสของอีกวัน ครูอาร์ตบอกผมว่าโชคดีนะที่เมื่อคืนฝนไม่ตกหนัก..
ไม่งั้นอาจได้ย้ายที่นอนไปนอนห้องสมุดของโรงเรียนแทน..
เพราะบ้านพักครูหลังนี้หลังคารั่วมาก จุดเดียวในห้องที่ไม่รั่วอยู่ตรงตู้เสื้อผ้า..

ก็ถือว่าผมโชคดีที่ผ่านคืนแรกไปได้โดยไม่ต้องย้ายที่นอนครับ..
ตอนเช้าตื่นมารับอากาศสบายๆกับความเขียวขจีของต้นไม้และสายหมอก ซึ่งมันต่างกับเมืองกรุงราวฟ้ากะดินเลยครับ..


Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
4.  23 มิถุนายน 2010, 22:29   post id:2361
yakthai
.

ตอนแรกผมคิดไว้ว่าจะขับรถจาก "วัดป่าภูก้อน" เข้าไปในตัวจังหวัดเพื่อหาที่พัก..
พอเจอบรรยากาศแบบนี้ทำให้ผมรู้เลยว่าผมคิดไม่ผิดที่มาพักที่นี่..
แม้สิ่งอำนวยความสะดวกจะไม่ดีเท่า แต่การได้สัมผัสกับธรรมชาติ ผู้คนง่ายๆใจดี เด็กๆน่ารักใสๆไม่มีเล่ห์เหลี่ยม..
ผมจึงบอกครูอาร์ตว่าจะขอพักที่นี่อีกสักคืน ครูก็ยินดีครับเพราะครูพักอยู่ในโรงเรียนคนเดียว..

เช้าวันนั้นผมเลยถือโอกาสถ่ายรูปเด็กนักเรียนที่มาโรงเรียนแต่เช้ากันหน่อย..
เด็กที่นี่เขินกล้องมาก พอผมยกกล้องจะถ่ายส่วนใหญ่ก็จะวิ่งหนีกันหมด..
ครูอาร์ตบอกว่าถ้าเป็นการแสดงบนเวทีเด็กๆที่นี่สู้ตาย และเด็กๆที่นี่จะเก่งทางด้านกีฬามากครับ..
 

Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
5.  23 มิถุนายน 2010, 22:31   post id:2362
yakthai
.

Image

ว่างๆมาต่อครับ..
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
6.  24 มิถุนายน 2010, 19:57   post id:2364
yakthai
.

แล้วผมก็ต้องตลึงกับถ้วยรางวัลที่อยู่ในตู้โชว์ของโรงเรียน..
เป็นถ้วยรางวัลชนะเลิศประเภทกีฬาต่างๆระดับอำเภอ บางถ้วยก็ระดับจังหวัด..
ผมไม่ได้นับว่าทั้งหมดมีกี่ถ้วยจากความรู้สึกมันเยอะม๊ากมากครับ..

Image  Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
7.  24 มิถุนายน 2010, 20:03   post id:2365
yakthai
.

อยู่ในเมืองเพื่อนๆอาจเห็นเด็กๆนักเรียกเล่นเครื่องเกมส์ PSP หรือ DS บ้างก็เล่นเกมส์ในโทรศัพท์มือถือ..
แต่เด็กๆที่นี่คงไม่มีโอกาสได้สัมผัสมัน.. เครื่องเล่นส่วนใหญ่ก็เป็นเครื่องเล่นประดิษฐ์เอง ภูมิปัญญาชาวบ้านทั้งนั้นครับ..

 
Image

Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
8.  24 มิถุนายน 2010, 20:51   post id:2366
yakthai
.

จักรยาน 2 ล้อก็ถือเป็นของเล่นยอดฮิตของเด็กๆชนบท..
ทำให้ผมนึกถึงช่วงวัยเด็กยังเรียนชั้นประถม มีเพื่อนคนหนึ่งได้จักรยานมีโช็คอัพจากญาติที่กรุงเทพฯ..

เด็กๆหลายๆคนร่วมทั้งผมด้วยต่างก็ใผ่ฝันอยากจะได้มันเช่นกัน..แต่ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้..
ตอนนั้นพวกเด็กๆเห่อจักรยานมีโช็คอัพคันนี้มากๆ เพื่อนคนนั้นปั่นเล่นในโรงเรียนพวกเราก็จะวิ่งตามท้ายไปด้วย..
เพื่อนคนนั้นอยากขี่จักรยานผาดโผนเหมือนมอเตอร์ไซค์ผาดโผนที่มาล้อมผ้าเปิดการแสดงให้ดู..
พวกเราก็ยอมที่จะนอนกับพื้น 3-4 คน เพื่อให้จักรยานคันนี้เหินฟ้าข้ามตัวพวกเราไป..

Image


Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
9.  24 มิถุนายน 2010, 22:12   post id:2372
yakthai
.

พอพูดถึงตัวเองตอนเด็กๆ..ก็พาลนึกถึงตอนขึ้นอยู่ ป.1 หมาดๆ  วิชาอะไรจำไม่ได้แล้ว..
คุณครูสอนว่า "เวลาข้ามถนนให้ข้ามทางม้าลาย" แล้วก็วาด "ทางม้าลาย" บนกระดานให้นักเรียนดู..
รู้สึกว่าตอนนั้นจะเป็นคาบเรียนสุดท้ายแล้ว คุณครูยังสอนอีกว่า "เดินกลับบ้านให้เดินริมถนน"..

พอเลิกเรียน..ผมกะเพื่อนซี้คนหนึ่งพยายามเดินให้ "ริมถนน" อยู่จนค่ำก็ไม่เจอ..
จนที่บ้านได้มาตามกลับ..ทุกวันนี้เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องล้อผมให้สนุกเฮฮากันไปเลยครับ..


 Image

 Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
10.  24 มิถุนายน 2010, 22:15   post id:2374
yakthai
.

เจ้าตัวนี้ขี้อายหนักครับ..ปิดหน้าปิดตาไม่ยอมให้ถ่ายรูป..  :เขิล:

Image Image  

ว่างๆมาต่อครับ..
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
11.  26 มิถุนายน 2010, 21:12   post id:2379
yakthai
.

เรื่องวิ่งหนีกล้องถ้าเป็นเด็กผู้ชายไม่เท่าไหร่แต่ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงนี่วิ่งกันจ้ำอ้าวเลยครับ..

Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
12.  03 กรกฎาคม 2010, 12:52   post id:2410
yakthai
.


Image  Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
13.  03 กรกฎาคม 2010, 12:58   post id:2411
yakthai
.

ไม่ว่าจะหันกล้องไปทางไหน..เด็กที่จับกลุ่มเล่นกันคุยกันก็จะ วงแตก ทันทีครับ..
ผมเองเลยรู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ..แต่เด็กๆดูแล้วก็หนุกหนานกับการได้วิ่งหนีกล้องเหมือนกันนะครับ..

Image  Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
14.  03 กรกฎาคม 2010, 13:03   post id:2412
yakthai
.

:เขิล:
Image  Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
15.  03 กรกฎาคม 2010, 13:07   post id:2413
yakthai
.

ผมเดินถ่ายภาพเด็กๆในโรงเรียนบ้านเพิ่มสักพัก..ทำให้คิดถึงตอนผมไปที่ยอร์คยา ประเทศอินโดนีเซีย..
และได้มีโอกาสเดินถ่ายภาพในยอร์คยาหลายๆช่วงเวลาและเจอเด็กๆนักเรียนหลายครั้ง..
เด็กๆที่ยอร์คยาหรือแม้กระทั้งผู้ใหญ่ส่วนใหญ่จะชอบถ่ายรูปกัน..

ผมเดินผ่านโรงเรียนแห่งหนึ่งพอเด็กคนหนึ่งเห็นกล้องก็รีบเรียกเพื่อนๆเข้ามามะรุมมะตุ้มแย่งกันให้ตัวเองอยู่หน้ากล้องให้ได้..
บางทีผลักกันจนล้มเล่นกันจนเพื่อนเจ็บเพื่อตัวเองจะได้ทำหน้าทะเล้นโดดเด่นกว่าใคร..ก็หนุกหนานจริงๆครับครั้งนั้น..
ก็เอาไว้โอกาสหน้าผมคงได้เอารูปที่ยอร์คยามาให้เพื่อนๆชมกันครับ..

ผมคงต้องเดินทางออกจากโรงเรียนบ้านเพิ่มแล้วล่ะครับ..
จุดหมายปลายของวันนี้ตั้งใจสุดๆก็คงเป็นที่ "ภูทอก" ..
แต่เส้นทางจากโรงเรียนบ้านเพิ่มผ่านอำเภอน้ำโสมไปที่บ้านผือ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดอุดรนั่นก็คือ "อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท"..
แต่วันนี้คงต้องขอขับรถผ่านไปก่อนครับ เพราะเส้นทางที่ผมจะไปภูทอกต้องผ่าน "บ้านเชียง" ด้วยก็เลยวางแผนไปที่นั่นก่อนครับ..

Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง


ตั้งกระทู้ใหม่  ตอบกระทู้  หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 4 หน้า
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป



ค้นหาหัวข้อกระทู้: 0 สมาชิก, 0 ซ่อนอยู่ 1 ผู้ใช้งานทั่วไป
สมาชิกที่ใช้งานขณะนี้: ไม่มี