[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'title'
[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'url'
[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'title'
[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'url'
มุมมอง..มองมุม..? ถ่ายภาพ..
หน้าแรก  gallery  forum  member list  us  link  สมัครสมาชิก   เข้าสู่ระบบ    
 †








หน้าแรก » บล๊อกเม้าท์

  วันเวลาปัจจุบัน 16 ธันวาคม 2017, 23:53  Bookmark and Share  


ตั้งกระทู้ใหม่  ตอบกระทู้ 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
 
1.  06 เมษายน 2011, 04:33   post id:5075
avatar
thailand.png naryak เพศ: ชาย ลงทะเบียนเมื่อ: ธันวาคม 2009 โพสท์: 3068      ได้ใจ : 808      มอบใจ : 2029  


ถ้าความรู้คือสมบัติโลก จงค้นหาฝึกฝนและพลิกผ่ามือด้วยตัวเอง..
อย่าให้ใครมาบอกว่า ลงคอร์สนี้แล้วคุณจะถ่ายรูปแบบพลิกผ่ามือ..


.

เป็น "มุมมอง" ในการมองมุม "ถ่ายภาพ" ของน้า xung boon ที่ฟังดูแล้วท่าจะเข้าใจยากสักหน่อย..
ผมยังนึกไม่ออกเลยว่า เวลาผมส่องวิวไฟน์เดอร์ ผมมองภาพตรงนั้นอย่างไรจึงตัดสินใจกดซัตเตอร์ถ่ายภาพนั้นมา..
พยายามคิดย้อนกลับไปหลายครั้ง ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ซักที..

..มุมมอง..? มองมุม..? อย่างไร..? เป็นสิ่งที่ผมแค่รู้สึกและสัมผัสได้เพียงบางเบา..

จะให้อธิบายให้เขียนออกมาเป็นคำพูดผมไม่สามารถทำได้ แค่ให้ผมคิดและตอบตัวเองในใจก็แสนยากแล้ว..
มุมมองการถ่ายภาพของผมมันเลยเป็นความลับที่ผมเองก็อยากหาคำตอบ ว่าผมคิดและเห็นอะไร..? ในวิวไฟน์เดอร์ตอนนั้น..

ผิดกับน้า xung boon ที่มีคำอธิบายว่าเห็นอะไร..? มองอย่างไร..? และทำอย่างไร..?
ผมได้คุยกับน้าเค้าใน FaceBook จึงอยากเก็บไว้อ่านที่นี่และแบ่งเพื่อนๆอ่านด้วยครับ..

Image


+ + + + + + ความในใจ + + + + + +
มองส่วนสว่าง และ ส่วนมืด
ว่าเป็น สีขาว กับ สีดำ
ที่เอามาทา เป็นภาพกราฟิก ลงบนกระดาษ
มอง แผ่นไม้ ร่องผนัง แนวสายไฟ
ว่าเป็น เส้นสายตวัดกระชาก ในภาพวาด
ไม่ได้มองว่าเป็นบ้าน หรือ กำแพง หรือ สายไฟ
จับภาพนี้ ตีลังกา ก็ไม่รู้สึกผิดธรรมชาติ แต่อย่างใด
.
เริ่มแรก ด้วยการมอง แบบ 2 มิติ
(มองเป็น shape รูปร่าง ไม่ใช่เป็น form รูปทรง)
ขยับตัว ปรับตำแหน่งยืน ไปมา
เพื่อจัด composition ของกราฟิกขาวดำที่ว่า
ให้ออกมาเป็นรูปร่างน่าสนใจ
.
พอได้ที่ ก็ส่ายกล้อง ซ้ายขวาบนล่าง
ให้จุด vanishing point อยู่ที่ตำแหน่ง 1 ส่วน 5
(แทนที่จะเป็น 1 ส่วน 3 เหมือนทฤษฎี)
ทำไม ถึงเป็น 5 ไม่เป็น 3
ถามใจตัวเอง แล้ว แต่ใจยังเล่นตัว ไม่ยอมตอบ
เสร็จตรงนี้ 2 มิติ จะกลายเป็น 3 มิติ
รูปร่าง จะกลายเป็น รูปทรง
.
แล้วขยับ zoom เพื่อกำหนด frame
ให้ปริมาณ สีขาว ต่อ สีดำ ดูลงตัว
อย่างไรเรียกว่า ลงตัว
ก็ใช้ใจวัดเอา
.
อย่าได้ถามหา dynamic range
เพราะ มันไม่เกี่ยวอะไรกันสักนิด
อย่าถามเรื่อง zone system
เพราะมันไม่ใช่ประเด็น
อย่าใส่ใจเรื่อง focus
เพราะไม่ใช่สาระ
เพียงแค่ว่า มันใช้กล้อง "ถ่าย"
ไม่ได้หมายความว่ามันเป็น "ภาพถ่าย"
.
หรี่ตาดูภาพ แผ่ใจสำรวจ


Naryak ->ลึกซึ้งแต่ยังไม่เข้าใจ..


Xung Boon
อธิบายไม่ค่อยเป็นครับ
พร่ำ (พล่าม) พรรณาบนฐานที่ตัวเองถนัดเป็นหลัก
อ่านผ่านๆ พอให้งงๆ ก็พอครับ
5 5 5
....
รวมๆคือ เวลาถ่ายภาพนี้ ผมมองเป็นกราฟิค ครับ
ยกตัวอย่าง ผนังอิฐโปร่ง ในภาพ
ผมไม่ได้มองว่าเป็นผนังอิฐ
แต่มองว่าเป็น ปื้นสีดำรูปสี่เหลี่ยม มาวางเรียงกันเป็น repetition ครับ
สายไฟ ในภาพ
ผมไม่ได้มองว่าเป็นสายไฟ
แต่มองว่า เป็นการเอาพู่กันเบอร์เล็ก จุ่มสีดำ
แล้วลากป้าย เป็นเส้นบนกระดาษ
ครับ
.
ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ที่พรรณา
คือ ขั้นตอนในการสร้างภาพ (ถ่ายภาพ) ของผมครับ
เวลาถ่ายจริง ไม่ได้มาคิดเป็นเรื่องเป็นราวอย่างนี้
แต่ผมกำลังลองคิดย้อน แล้วพยายามแกะวิธีถ่ายภาพของตัวเอง
เปรียบเทียบกับ
เล่นฟุตบอล ตอนเล่นก็ไม่ต้องมาคิดเป็นขั้นตอน
ว่าต้องวางเท้ายังไง กี่องศา เตะแรงแค่ใหน
แต่พอหลังจากเกมส์จบ ก็เอาภาพมารีเพลย์
แล้วบรรยาย วิเคราะห์การเล่นของตัวเองครับ
.
แล้วก็สรุปว่า
กล้อง เป็นแค่เครื่องมือ
คน เอากล้องไปถ่ายภาพเพื่อสนองจุดประสงค์แตกต่างกันไปได้หลายอย่าง
เทียบกับดนตรี จะเข้าใจง่าย
ดนตรีบางชนิด ไว้เต้น
ดนตรีบางชนิด ไว้ฟัง
ดนตรีบางชนิด ไว้ร้องตาม
ดนตรีบางชนิดมีเนื้อร้อง มีพระเอก นางเอก รักชอบโกรธหลง
ดนตรีบางชนิด บรรเลง สร้างบรรยากาศ
.
เอ๊ะ . . .
ความจริง ผมก็พอจะอธิบายภาษาคน ได้นี่นะ
แล้วทำไมไม่ทำตั้งแต่แรกอ่ะ
5 5 5
เปล่าหรอกครับ
ที่พรรณาไว้ ผมเขียนตามใจลื่นไหลพรวดเดียวจบ
เขียนให้ตัวเองอ่านน่ะครับ
ผมถูกฝึกให้ทำอย่างนี้ครับ
เพราะถ้าความคิดยังไม่ชัดเจน ก็จะเขียนไม่ได้ครับ
.
แต่ที่เขียนทีหลังนี้
ก็คำนึงถึงว่าจะสื่อกับคนอ่านอย่างไรให้เขาเข้าใจน่ะครับ
.
จริงๆแล้ว ผมก็อยู่ในช่วงเรียนรู้ ทดสอบ ทดลอง ครับ
เพราะถ้าผม รู้ เข้าใจ ทำได้ เรื่องใหนแล้ว
ผมก็จะเลิก ไม่ทำต่อครับ
5 5 5


Naryak ->
เป็นแนวคิดที่ดีครับ ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วหลังกลับจากพม่าผมเริ่มดูภาพตัวเองแล้วคิดย้อนกลับ ถึงขั้นตอนถึงข้อผิดพลาดต่างๆ..
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ถ่ายมาไม่สวยก็แค่บ่นๆในใจว่า เฮ้อถ่ายอะไรมาฟระ แล้วก็ไม่จบไป..
เมื่ออ่านแนวคิดของน้า xung แล้วผมได้ข้อคิดอะไรหลายๆอย่างที่น้า xung เขียนไว้นะครับ..



Xung Boon
‎.
น้ายักษ์
ผมเชื่อว่า คงเป็นทุกคนแหละครับ
ถ่ายมา มีรูปที่พอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง
คนที่เค้าถ่ายเก่งๆ ก็ผิดน้อยหน่อย
....
ผมว่า คนที่รับถ่ายภาพคน ในงานเลี้ยงแต่งงาน น่ะ
โค ตะ ระ เก่งเลย
ผมทำไม่ได้อ่ะ
แขกที่เข้าฉากถ่าย มา แล้วก็ไป
ไม่มาให้เราถ่ายซ้ำๆ เหมือนเวลาถ่ายดวงอาทิตย์ตกอ่ะครับ
ถ่ายแขกแต่งงาน ถ้าออกมาไม่ดี ก็ไม่มีสิทธิ์ไปขอเค้ามาถ่ายใหม่แก้มือ
ผมคนนึงล่ะ ถ่ายไม่เป็น
ถ้าต้องถ่าย ผมคงประสาทกิน ทำอะไรไม่ถูก แน่นอน
5 5 5


 Image

.
ที่ว่า มองภาพแบบกราฟิค
คือมองแบบในภาพนี้ครับ
ผมลบรายละเอียดออก
เพื่อว่า ใจเราจะได้ไม่ต้องไปติดอยู่กับ อิฐ สายไฟ
...แต่ให้เห็น เป็นปื้น เป็นเส้นสาย เป็น element ทางศิลปะแทน
.
แถมอีกว่า
เพื่อ ใจ ไม่ติดอยู่กับเป็น บ้าน พื้น หลังคา
ผมก็แกล้ง rotate รูปนี้ซะ
ไม่ต้องรู้ทิศทาง
เพื่อจะได้ เสพย์ ภาพอย่างกราฟิก
ไม่ เสพย์ ว่าเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้
ไม่ต้องถามต่อ ว่าเจ้าของบ้านเป็นใคร ยากจน หรือ ร่ำรวย
เพราะไม่ใช่ประเด็นที่ต้องการเสนอ
ไม่อยากให้มาแย่งความสนใจไป
.
ภาพก่อนหน้านี้ เห็นรายละเอียดชัดเจน
ผมก็กลัวว่ารายละเอียดจะมาแย่ง scene สิ่งที่ผมต้องการนำเสนอ
ผมก็เลยบอกให้หรี่ตาดู
แต่เพื่อให้เข้าใจยิ่งขึ้น
ก็เลยทำออกมาเป็นภาพ ให้เห็นชัดๆ
ว่าถ้าหรี่ตา ก็จะเห็นภาพนั้น คล้ายๆกับภาพนี้
.
แหะ แหะ
พอจะเป็นภาษาคนขึ้นบ้างมั๊ยครับ

.
คอมเมนต์ของผมข้างบนนี้
ผมพาดพิงถึง element ทางศิลปะ
ผมขอแก้เป็น element พื้นฐานของกราฟิก ครับ
มันก็มีตั้งแต่
...จุด
เส้น
รูปร่าง (shape ได้แก่ สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หลายเหลี่ยม วงกลม ซึ่งเป็น 2 มิติ เช่น กว้าง x ยาว)
รูปทรง (form คือ สามมิติ คือ กว้าง x ยาว x สูง มีความลึกความหนา)

อย่างภาพ silhouette มีแต่ outline
อันนั้นเป็น shape ครับ

แต่ silhouette รูปเดิม
ถ้าเราตบ flash เข้าไป ให้เห็นความหนาความลึกของวัตถุ
มันก็ form ขึ้นมา

เทปูน เป็นพื้น ก็เป็น shape
พอขึ้นเสา บุผนัง มุงหลังคา ก็เป็น form

พอจะเริ่มถ่ายภาพ ผมมองเป็น shape 2 มิติ
ก็คือ ไม่ได้คิดว่า อันนี้เป็นซอยเดินลึกเข้าไป
ผมคิดว่า ไม่มีความลึกครับ
ไม่ได้คิดว่า มันเป็นบ้านหลังๆ รถเป็นคันๆ
ไม่มีก้อน ไม่มี mass ครับ
แต่มองว่า
ภาพมันแบนๆ
ส่วนที่เป็นเงามืดของบ้าน ก็เห็นเป็นปื้นสี สีดำ
ส่วนที่สว่าง ผมก็มองว่า เป็นปื้นสี สีขาว
อยู่บนระนาบกระดาษแผ่นเดียวกัน
ไม่มีความลึก ไม่มีความหนา แบนแต๊ดแต๋ ครับ

ผมไม่รู้ว่าคนอื่นมองแบบผมหรือเปล่า
แต่เวลาถ่ายภาพ วิธีนี้ เป็นวิธีหนึ่งที่ผมใช้บ่อย
ในการหามุมถ่ายภาพครับ
(อย่างน้อย ก็มีหมอชาติ 1 คนล่ะ ก็มองแบบเดียวกับผม
รายละเอียดขั้นตอนความคิด อาจไม่เหมือน แต่รวมๆ คล้ายกันมากครับ
ผมได้เปรียบ ตรงที่ มีเวลาซ้อมถ่ายมากกว่า 5 5 5)

ที่บางคนคอมเมนต์ เรื่องมุมมอง ของภาพผม
ผมเข้าใจว่า ผมหามุมมอง โดยใช้วิธีข้างต้นนี้ครับ

วิธีดังกล่าว จะเห็นชัดเมื่อเป็นภาพถ่ายแนว "กราฟิค" ชัดเจน
หรือที่วงการถ่ายภาพเรียกว่าแนว abstract
แต่พอเป็นภาพแนว landscape ผมก็ยังใช้วิธีเดิมนั่นแหละครับ
แต่ขั้นตอนเป๊ะๆเป็นยังไง
ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจความคิดตัวเองเหมือนกัน
5 5 5
เด๋วจะสังเกตุแล้วถอดความคิดตัวเอง ตอนไปทริปอีกทีครับ

Naryak Rakmoo -> อ่านรวมสองตอนที่เขียนอธิบายใหม่ก็พอเข้าใจในสิ่งที่น้าคิดขึ้นครับ..
ถ้าผมคิดลึกๆอีกหน่อย เหมือนน้า xung กำลังบอกให้มองแบบ "ปรมัตถ์" ..
ผมเห็นก็มองแบบปรมัตถ์ไม่เป็นหรอกนะ แต่พยายามจะเข้าใจครับ..


Xung Boon
‎.
ปรมัตถ์
เคยอ่านจากหมอชาติ แต่ลืมเลือนไปแล้ว
เดาว่าน่าจะแนวๆนั้นครับ
น่าศึกษาดีครับ
....
รบกวนหมอชาติ ช่วยด้วยครับ
ปรมัตถ์ ครับ

นี่ถ้า สรุปว่า
วิธีถ่ายของผม เข้ากันได้กับความหมาย ปรมัตถ์
ผมขอตั้งชื่อแนวภาพแบบผม ว่า แนว ปรมัตถ์ นะครับ


Naryak Rakmoo->
อ่านเพิ่มตอนที่ 3 อธิบายใหม่แล้วยิ่งกระจ่างขึ้นครับ
วันนี้ 11/1/11 ผมไปทำบุญมา 7 วัด จริงกะไป 11 วัด 555+
ผมกะว่าจะถ่ายวัดที่ไปทำบุญมาด้วย แต่ก็ไม่รู้จะถ่ายอะไรนอกจากองค์พระประธาน..
ก็คิดอยู่ว่าทำไมเราถ่ายรูปอื่นๆภายในวัดไม่ได้..



..."ส่วนที่เป็นเงามืดของบ้าน ก็เห็นเป็นปื้นสี สีดำ
ส่วนที่สว่าง ผมก็มองว่า เป็นปื้นสี สีขาว
อยู่บนระนาบกระดาษแผ่นเดียวกัน
ไม่มีความลึก ไม่มีความหนา แบนแต๊ดแต๋ ครับ"..


Naryak->
แค่ยกตัวอย่างที่เก็ตมานิดหน่อย จริงๆต้องอ่านทั้งหมดให้เข้าใจเรื่องแนวคิดการมองภาพแบบน้า xung ..
ผมคิดว่าการมองแบบนี้มันเหมือนเป็นการมองคอมโพสของภาพด้วยว่า อัตราส่วนระหว่างส่วนมืดกับส่วนสว่างในภาพ จะบวก shape บวก form อันนี้ก็อยู่ที่ใจคิดตรงนั้น..
เดี๋ยวผมขออนุญาต save ทั้งหมดไปอ่านทบทวน เรียบเรียงความคิดให้เข้าใจกว่านี้อีกที น่าจะเป็นประโยชน์กับผมนะผมว่า ขอบคุณม๊ากมากครับ..



Xung Boon
‎.
ใช่ ใช่ ใช่ ครับ
ตามนั้นเป๊ะเลยครับ
ที่ผมมองให้เป็นปื้นๆ
ก็เพราะมันจะเอาไปจัด composition ได้ง่ายกว่ามองเป็น 3 มิติครับ
...ผมพึ่งมาเข้าใจตัวเองตรงนี้เองเหมือนกัน
ตอนฟังน้ายักษ์นี่แหละครับ
ถ้าผมอธิบายด้วยประโยคแบบนี้ตั้งแต่แรก ก็คงจะเข้าใจง่ายขึ้นเยอะ

ถ้าคนเก่งๆ เค้าก็มองทีเดียวพรวด เป็น 3 มิติ
เราไม่เก่ง ก็ต้องหาทางเอา ก็มองเป็น 2 มิติก่อน
จัด composition ให้ได้ก่อน
แล้วค่อยไปดูเรื่องอื่นต่อ
.
ตัวผมเอง ใช้วิธีฝึกครับ

.
เรื่องการถ่ายในวัด
ผมมีความคิดว่า นอกจากถ่ายสิ่งที่เป็นชิ้นๆ
ที่มีรูปทรง จบครบสมบูรณ์ในตัวเอง
เช่น องค์พระ คน
...เราก็หรี่ตาดูรอบ ให้เห็นเป็นปื้นๆ
แล้วเราก็จัด composition ของปื้นๆนั้น
แล้วก็กดถ่าย
เอากล้อง ส่องไปเรื่อย ซูมเข้าซูมออก
สุ่มไปเรื่อย พอเจอของดี ก็หยุด แล้วถ่าย

ผมชักเข้าใจคำว่า ปรมัตถ์ แล้วละครับ
องค์พระ คน เป็นของที่มีตัว มีตน มีชื่อเรียก
ว่าเป็นสิ่งนั้น สิ่งนี้ นายนั้น นายนี้
แต่พอเรามองเป็นปื้นๆ
สิ่งเหล่านี้ก็เป็นแค่องค์ประกอบทั่วๆไปของสิ่งที่ใหญ่กว่า ของภาพที่ใหญ่กว่า
พอหรี่ตา ก็เห็นเป็นปื้น ไม่ได้มีความหมาย ไม่รู้ชื่อ ไม่มีความสำค้ญพิเศษ
ไม่จำเป็นต้องเห็นเต็มตัว เต็มชิ้น
แค่ส่วนเดียวก็เอามาประกอบเป็นส่วนของภาพใหญ่ได้
ภาพที่ได้มา ก็ไม่มีใครในภาพมีสิทธิ์ ว่า นี่มันรูปฉัน นะ
จะว่าไป "ฉัน" ที่เป็นตัวตน มันไม่มี
หรือ อย่างน้อย เราต้องมองว่า มันไม่มี
ปรมัตถ์ มันจะหมายความอย่างนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้


 Image

 Image

 Image

 Image


Xung Boon ‎.
ผมเห็น เป็นแถบสี แถบมืดแถบสว่าง
ไม่ได้มองเห็นเป็นเก้าอี้

 Image

Xung Boon ‎.
ผมหรี่ตา แล้วเห็น แถบ แดง เหลือง มีรอยแต้มสีดำๆ
ไม่ได้เห็นเป็นป้ายโฆษณา ไม่ได้เห็นต้นลั่นทม

 Image

Xung Boon ‎.
รูปนี้ เห็นอะไรบ้าง

 Image



เท่าที่ผมมองดูรูปเหล่านี้กับคำถามที่ว่า "เห็นอะไร" สิ่งที่ผมเห็นนั้นเห็นไม่เหมือนกับที่น้า xung เห็นเลยครับ..
เวลาผมออกทริปถ่ายรูปกับเพื่อนๆ บางครั้งความใหญ่โตของสถานที่ทำให้เราไม่รู้ว่าจะถ่ายยังไง..
ผมเองมักจะของความคิดเห็นจากเพื่อนๆพี่ๆร่วมทริปว่า "เห็นอะไร..มองอะไรอยู่"..
อย่างที่ "บุโรพุทโธ" ผมยืนมองอยู่นานไม่รู้ว่าจะถ่ายภาพออกมาอย่างไร..

มันเหมือนเรายืนอยู่ในความมืดมิดทั้งที่ดวงอาทิตย์ยังไม่ตกดิน..
ก็ได้มุมมองและคำอธิบายในการมองมุมภาพถ่ายของพี่เดช..
ผมเหมือนได้แสงสว่างเล็กๆที่ทำให้คลำหาไม้ขีดไฟในความมืดมิดนั้นเจอ..
เมื่อมีไกด์มีไม้ขีดไฟแล้ว เราก็จุดไฟเองจุดให้มันสว่างไปทั่วบริเวณได้ครับ..



168787_173283022708714_100000810530940_330096_5528891_n.jpg
รายละเอียด : 168787_173283022708714_100000810530940_330096_5528891_n.jpg ขนาดไฟล์ : 47.1 KB เปิดดูแล้ว : 1410 ครั้ง

  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง


ตั้งกระทู้ใหม่  ตอบกระทู้  หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
 



ค้นหาหัวข้อกระทู้: 0 สมาชิก, 0 ซ่อนอยู่ 0 ผู้ใช้งานทั่วไป
สมาชิกที่ใช้งานขณะนี้: ไม่มี