[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'title'
[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'url'
[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'title'
[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'url'
หนังสือสำหรับคนถ่ายภาพ..? ต้องอ่าน
หน้าแรก  gallery  forum  member list  us  link  สมัครสมาชิก   เข้าสู่ระบบ    
 †








หน้าแรก » บล๊อกเม้าท์

  วันเวลาปัจจุบัน 22 ตุลาคม 2017, 09:44  Bookmark and Share  


ตั้งกระทู้ใหม่  ตอบกระทู้ 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
 
1.  06 เมษายน 2011, 04:33   post id:5309
avatar
thailand.png naryak เพศ: ชาย ลงทะเบียนเมื่อ: ธันวาคม 2009 โพสท์: 3068      ได้ใจ : 808      มอบใจ : 2029  


ถ้าความรู้คือสมบัติโลก จงค้นหาฝึกฝนและพลิกผ่ามือด้วยตัวเอง..
อย่าให้ใครมาบอกว่า ลงคอร์สนี้แล้วคุณจะถ่ายรูปแบบพลิกผ่ามือ..


.

ตั้งแต่ผมเริ่มจริงจังกับถ่ายภาพ แล้วก็ได้หลงไหลจนเป็นคนรักกล้องและรักการถ่ายภาพ..
ก็ได้ผ่านเรื่องราวประสบพบเจอเหตุต่างๆมามากมาย มีทั้งประสบการณ์ที่ดีและไม่ดีปะปนกันไป..
สิ่งหนึ่งคงเป็นเพราะผมไปเริ่งปฏิกิริยาความอยากรู้อยากเป็นมากเกินไปล่ะมั้ง! แต่คิดอีกทีก็ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นนะ..

เพราะถ้าผมเจอ "คนที่มีความรู้จริงมีสำนึกของความเป็นครู" สอนและแนะนำให้เราเดินไปถูกทิศ..
ผมคงไม่มานั่งบ่นถึงเขาบ่อยๆหรอกครับ ใครบางคนเก่งที่จะทำเรื่องง่ายๆให้กลายเป็นเรื่องยากๆและให้น่าสนใจ..
เก่งที่จะกระตุ้นให้เราอยากรู้ในสิ่งนั้นๆ..?
ทั้งที่บางสิ่งเหล่านั้น ผมไม่แน่ใจว่าเขารู้จริง เข้าใจจริงหรือเปล่า แต่พูดเป็นตุเป็นตะ โม้แบบน้ำไหลไฟดับ..
พยายามอวดอ้างในความเก่งกาจของตนตลอดเวลา..

เอาเข้าจริงๆผลงานเทพๆที่ผมเห็นเหล่านั้น เป็นผลงานที่เขาแอบอ้างคนอื่นมาอย่างไม่ระอายใจ..
แถมตอนนั้นใครไม่รู้ยังสำทับด้วยว่า ทำงานโฆษณา เป็น "มือรีทัช" (คุยแบบนี้หมายถึงทำเป็นอาชีพ..)
ถ้าทำเป็นอาชีพมันก็ต้องมีผลงานตัวเองมาอวด ใครถามหาก็ว่างานตัวเองเป็นงานลิขสิทธิ์ (ให้ดูไม่ได้)
ไอ้เวร..แล้วงานที่เอามาขึ้นจอให้ผมและเพื่อนดู มันไม่ใช่งานลิขสิทธิ์หรือไง ?

ผมขอยกตัวอย่างซัก 2-3 ภาพ เป็นภาพที่เอามาขึ้นจอโปรเจคเตอร์แล้วถามพวกเราว่า "พวกคุณอยากทำแบบนี้ได้หรือเปล่า"


Image


ในความหมายก็คงหมายถึงทั้งการถ่ายภาพบุคคล (ตัวแบบ) และการรีทัชขึ้นมาเป็นงานชิ้นหนึ่ง..
ย้ำอีกทีว่าเขาจะย้ำเสมอๆว่าเขาเป็น ช่างภาพมืออาชีพ และเป็น มือรีทัชอาชีพที่เคยทำงานโฆษณา..
ผมอยากจะบอกว่าที่เขาพูดมานั้นมันโม้แบบหน้าด้านๆ ผลงานที่ขึ้นจอนั้นแท้จริงมันเป็นผลงานของอาจารย์สมบัติ ปิยบูรณ์..
เพื่อนๆสามารถดูผลงานและบางส่วนของผลงานที่เขาเอามาแอบอ้างให้ผมและเพื่อนๆดูได้ที่ งานที่โดนไปแอบอ้างเป็นผลงานตัวเอง..


ผมว่าจะพูดถึง "หนังสือสำหรับคนถ่ายภาพต้องอ่าน" ทำไมเรื่องราวมันเตลิดไปไกลอย่างงี้ก็ไม่รู้แฮะ..!!!

อาจเป็นเพราะผมนึกขำอะไรบ้างอย่างขึ้นมา ขำอยู่คนเดียวนี่แหละ..จริงๆถ้าผมได้พูดคุยกับเพื่อนๆที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน..
ก็คงได้นั่งขำในความ "กระล่อน" ของใครบางคนจนขี้แตกขี้แตนแน่ๆ..


Image


หลังจากที่พวกเราเสียตังค์กับคอร์ดแล้วคอร์ดเล่าของเขา ไอ้ที่เขาสแยะยิ้มมุมปากเมื่อมีนักเรียนตั้งคำถามอะไรที่ยากๆ..
อาการที่ว่าคือเขากำลังจะสื่อว่ากรูไม่บอกคล้ายๆ "คนอมภูมิ" เอาไว้..ประมาณว่าถ้าอยากรู้ต้องลงคอร์สหน้าโว้ย..!!

คอร์สแล้วคอร์สเล่าที่เขาสแยะยิ้มมุมปากเป็นคนอมภูมิ จนเพื่อนคนหนึ่ง (น้า DNN) คิดมุมเด็ดและชักชวนเพื่อนในกลุ่มรวมผมด้วย..
มาลงขันกันจ้างให้เขาจัด "คอร์สเปิดใจถามอะไรต้องตอบ" ชื่อคอร์ส "คุยกันตามประสาไมค์หยัก"..
เพราะแต่ละคนก็ลงคอร์สกับเขามาไม่ต่ำกว่า 3-4  คอร์ส แล้วก็ยังไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดเขาบอก..

เขาตกลงรับปากที่จะจัดคอร์สเปิดใจถามอะไรก็ตอบให้ โดยที่พวกเรามีข้อแม้ว่าขอให้เป็นเฉพาะคนในกลุ่มพวกเรา 10-12 คนเท่านั้น..
เพราะพวกเรากลัวว่าถ้ามีคนใหม่เข้ามาเขาจะไม่เปิดใจจริงๆ  ก็บอกแล้วนะครับว่าแต่ละคนลงมาแล้ว 3-4 คอร์สทั้งนั้น..
สุดท้ายเขาก็ถือเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่ เอาคนอื่นมาลงคอร์สนี้เพิ่มอีกนอกจากพวกเราที่คุยกันไว้..


Image


เพื่อนๆรู้ว่ามั๊ยว่าถึงเวลาเข้าจริงๆ สิ่งที่ใครบางคนเปิดใจถามอะไรก็ตอบ มันมีแต่น้ำโล้งเล้งหาเนื้อไม่ได้เล้ยยย..
คำตอบยังคง "วกไปเวียนมา" ยิ่งถามยิ่งงงยิ่งเครียด ไปๆมาเป็นเมียผู้ยิ่งใหญ่มาพูดมาอธิบายแทน..
แล้วเธอคนนั้นก็ได้มาเสริม มาเติมเต็มความไร้สาระนั้นๆเพิ่มขึ้นๆ..งงอยู่แล้วก็ยิ่งเครียดลึก ขึ้นอีก..

แล้วไง..!!!
สองผัวเมียไม่รู้ว่ามี "องค์ความรู้" เกี่ยวเทคนิคการถ่ายภาพที่่เราอยากรู้ และสิ่งที่เขาเสกสรรคปันแต่งขึ้น จริงหรือเปล่า..?
หลังจากทั้งคู่พูดอ่อมแอ้มเออๆออๆห่อหมก คล้ายปลาไหลดำน้ำตื้นๆมุดโคลนหนีคำถามต่างๆนาๆ ได้บ้างไม่ได้บ้าง..
ไปไงมาไงไม่รู้ มีการเสนอให้เขา "แนะนำหนังสือที่ควรอ่าน"

เพื่อนๆอยากรู้แล้วล่ะซิ!! ว่าเขาแนะนำหนังสืออะไรให้พวกเราคนถ่ายรูปต้องอ่าน..!?


"หนังสือจิตวิทยามนุษย์" กับ "หนังสือคุณสมบัติผู้ดี" เป็นชื่อหนังสือที่เขาแนะนำพวกเราในวันนั้นครับ..
เขาพูดประมาณว่าถ้าพวกคุณอยากเป็นช่างภาพมืออาชีพอย่างเขาล่ะก้อ! ต้องอ่าน 2 เล่มนี้ ผมกับเพื่อนมองหน้ากันเหวอๆ..
เอาเป็นว่าพอผมฟังชื่อหนังสือ 2 เล่มที่เขาแนะนำให้อ่านแล้ว ผมต้องบ่นดังๆว่า "เมิงพูดอะไรของเมิงฟระ..!@#$%"..



Image
ภาพ A Brighter Comet LINEAR จาก http://www.astronet.ru/db/xware/msg/1169588



หลังจากได้อึ้งและนั่งงวยงงกับหนังสือสำหรับคนถ่ายภาพที่ต้องอ่าน ทั้งหนังสือจิตวิทยามนุษย์และหนังสือคุณสมบัติผู้ดีแล้วนั้น..
เพื่อนๆในห้องต่างๆเงียบงันหมดคำถามที่จะให้เขาตอบ ผมเองก็ยังคาใจในหลายเรื่องที่เขาเคยสอนจึงถามเขาไปว่า..

น้าไมค์..ช่วยอธิบายเรื่องจุดคอนทราสของแสงอีกครั้งครับ..

เขาลุกขึ้นและเดินมาตรงหน้าผมทันที แล้วพูดเสียงดังว่า..

"น้ายักษ์กำลังงงใช่มั๊ย นี่แหละเป็นเหมือนผมเล้ยยย..
ตอนผมฝึกผมก็เป็นเหมือนกัน..น้ายักษ์กำลังจะข้ามไปอีกขั้นหนึ่ง..
คือมันคาบเกี่ยวระหว่างจุดคอนทราสของแสงกับเส้นของแสง..


ผมฟังคำตอบมันแล้วยิ่งงงกว่าเดิม นี่กรูจะข้ามอีกขั้นหนึ่งแล้วเหรอฟระ..!!!!

ประมาณว่าเมื่อผ่านจุดคาบเกี่ยวนี้ไปได้ผมก็จะสามารถเข้าใจเรื่อง "บันไดของแสง.."


เฮ้อ! ขอโทษนะผมอยากจะอุทานดังๆว่าไอ้สาดดดดจริงๆ แต่มันไม่ใช่นิสัย..
ผมเสียเงินลงคอร์สเพื่อแลกกับความรู้ แต่เขากลับบอกว่าผมงงเพราะผมจะก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง..
บอกตรงๆว่าหลังจากเลิกนับถือไอ้หมอนี่ ผมไม่เคยเอาอะไรที่เขาสอนมาใช้เลย (ขืนใช้ก็เข้าป่านะซิ)..


น้าต้อมเคยอธิบายให้ผมฟังว่า "แสงไม่มีบันได"

แสงเป็นลิเนียร์ (Linear) จะทำแสงให้เป็นบันไดเหมือนบันไดเสียงไม่ได้..



ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้หมอนี่มันจัดแสงให้อยู่ในรูปแบบขั้นบันไดได้อย่างไร..
เขาเองก็พูดซ้ำซากว่าเขาเป็นช่างภาพมืออาชีพที่ต้องทำงานใน "สเกลละเอียด"..
และละเอียดกว่าช่างภาพใดๆในหล้า เพราะเขาใช้ "บันไดแสง" ในการถ่ายภาพนี่แหละ..เทพโคตรจริงๆครับ..


ผมเล่ามาซะยาวก็เพราะแค่นึกขำ และสาเหตุที่ทำให้ผมนึกขำนั้น..
เรื่องมันมีอยู่ว่า..ผมเคยคุยเรื่องถ่ายรูปต่างๆนาๆกับพี่เดชที่หยวนหยาง..
พี่เดชเลยแนะนำให้ผมไปหา "หนังสือองค์ประกอบศิลปะ" มาอ่าน ตั้งแต่กลับมาจากจีนผมก็ยังไม่ได้หาหนังสือเล่มนี้ซื้อมาอ่าน..
จนเมื่อวานได้เจอกับพี่เดชที่อยุธยาและได้พูดคุยเรื่องนี้อีกครั้ง ก็ได้รับคำแนะนำให้อ่าน "หนังสือประวัติศาสตร์ศิลปะ" เพิ่มอีกหนึ่งเล่ม..


แล้ววันนี้ก็ผมได้ "หนังสือองค์ประกอบศิลปะ" มาเล่มหนึ่งเขียนโดย อ. ฉัตร์ชัย อรรถปักษ์ สำนักพิมพ์วัทยพัฒน์ ราคา 220 บาท..
เท่าที่เปิดดูเนื้อหาคร่าวๆมีอะไรหลายๆอย่างที่น่าสนใจและสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นมุมมอง และมองมุมถ่ายภาพได้..
ส่วนหนังสืออีกเล่ม "ประวัติศาสตร์ศิลปะ" ผมคงต้องอ่านเรื่ององค์ประกอบศิลป์ให้จบแล้วจะไปหาซื้ออีกทีครับ..


ก็เป็นเช่นนี้หละครับ...พอพี่เดชแนะนำหนังสือให้ผมอ่าน 2 เล่มนี้..
ก็ผมเลยพาลนึกถึงใครบางคนที่เคยแนะนำให้คนถ่ายภาพอย่างผมและเพื่อนต้องอ่านหนังสือจิตวิทยามนุษย์กับหนังสือคุณสมบัติผู้ดี..

เฮ้อ!! (ขอเฮ้อแรงๆอีกทีหละ)..

แหม! ผมอยากจะบอกว่าถึงผมจะเป็นเด็กบ้านนอกคอกนา แต่พ่อแม่ก็สอนมารยาทการพูดการจา..
กิริยาท่าทางต่างๆมาให้ตั้งแต่เด็กนะครับ ทำไมต้องให้ใครหลายๆคนมาควักตังค์จ่าย..
เพื่อมานั่งฟังคุณไมค์บอก ให้ไปหาหนังสือคุณสมบัติผู้ดีมาอ่านเล่า..ปัดโธ่!!


  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง


ตั้งกระทู้ใหม่  ตอบกระทู้  หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
 



ค้นหาหัวข้อกระทู้: 0 สมาชิก, 0 ซ่อนอยู่ 0 ผู้ใช้งานทั่วไป
สมาชิกที่ใช้งานขณะนี้: ไม่มี