[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'title'
[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'url'
[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'title'
[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'url'
รู้จักไฮเปอร์โฟคอลเรนจ์ม่ะคับ
หน้าแรก  gallery  forum  member list  us  link  สมัครสมาชิก   เข้าสู่ระบบ    
 †








หน้าแรก » ทิพแอนด์รีวิว

  วันเวลาปัจจุบัน 22 กรกฎาคม 2017, 23:36  Bookmark and Share  


ตั้งกระทู้ใหม่  ตอบกระทู้ 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
 
1.  12 มิถุนายน 2010, 18:13   post id:2231
avatar
thailand.png LoneWolf เพศ: ชาย ลงทะเบียนเมื่อ: ธันวาคม 2009 โพสท์: 947      ได้ใจ : 402      มอบใจ : -1  


"If your photographs aren't good enough, you're not close enough."
Robert Capa


"To take a photograph is to align the head, the eye and the heart. It's a way of life."
Henri Catier Bresson


.

เกริ่นมาแบบนี้ม่ะช่ายอารายนะคับ เพราะว่าผมเพิ่งไปเปิดดูคู่มือที่มากะเลนส์ของกระผมทั้ง 17-35 & 28-70

ปรากฎว่ามันมีค่านี้บอกอยู่หน้าเกือบหลังสุดเลยคับ ตอนนี้ก็เลยอยากหาของเจ้า 80-200 อีกอันนึง จะได้ครบๆกันซะที
เอาล่ะคับ โม้เรื่องตัวเองมาพอควรแระ เข้าเรื่องเรยดีก่า ......

ไฮเปอร์โฟคอลเรนจ์ หรือ ไฮเปอร์โฟกัส
ตามที่ท่านๆรู้มานะคับว่า เวลาที่เราโฟกัสไปที่จุดใดจุดหนึ่ง
ระยะชัดจะมีความหนามาด้านหน้า 1 ส่วน ด้านหลัง 2 ส่วน(แต่ในกรณีที่ระยะใกล้ๆจะประมาณ 1:1 นะคับ)
ถ้าเราต้องการให้ภาพชัดตั้งแต่จุดที่เราโฟกัสไล่ไปถึงจุดที่เราต้องการทาง ด้านหลัง
ก็เท่ากับว่าเราสูญเสียระยะชัดที่อยู่ด้านหน้าไปโดยเปล่าประโยชน์(งก .... ว่างั้นเหอะ)
และข้อดีก็คือ เราม่ะต้องตะบี้ตะบันลด F ลงไปให้สปีดมันต่ำจนถือไม่ไหวหรือต้องใช้ขาตั้งกล้อง
ดังน้านไฮเปอร์โฟกัสจึงเอามาแก้ปัญหานี้คับ ทำให้เราใช้ค่า F กว้างที่สุดโดยที่ระยะชัดยังเป็นไปตามที่เราต้องการ

บางคนอาจเถียงว่า ...... เฮ้ย!! สมัยนี้เค้ามีปุ่มเช็คเด็ปแล้ว ทำไมยังต้องใช้เทคนิคโบราณๆอีกฟร่ะ เสียเวลาเปล่าๆ .....

ฮึ่มมมมมม !! ....... จะเรียกว่าเกรียนดีม่ะเนี่ยะ ........


ครืออย่างนี้คับ ไอ้วิธีนี้มานก็ใช้ได้คับ แต่มานดูความชัดได้ขนาดไหนกันคับ พี่น้อง ....
เพราะว่า ภาพที่เราเห็นในช่องมองภาพเกิดจากช่องรับแสงที่กว้างที่สุดของเลนส์ตัวนั้นๆ
(หลังจากกดชัตเตอร์แล้ว กล้องถึงจะหรี่รูรับแสงตามที่เราปรับ แล้วจึงเปิดชัตเตอร์ให้แสงผ่านเข้าไปที่เซนเซอร์บันทึกภาพ)
ม่ะง้านก็ไปลองทำดูคับ พอกดปุ่มปั๊บ ภาพมืดลงปุ๊บทันที มืดมากหรือน้อยก็ตามแต่ค่า F ที่ตั้ง กะ สภาพแสงขณะนั้นนะคับ...


ถ้าเกรียนคนน้านยังเถียงต่อว่า .........
เฮ้ยย!! สมัยนี้มานดิจิแต๋วแว้ว ถ่ายมาแล้วค่อยดูก็ด้ายนี่นา ไม่เห็นต้องมาใช้วิธีเชยๆเลย

ขอเวลาไปทารุณกรรมร่างกายเกรียนหน่อยนะคับ


ก็ถูกคับที่มานดูภาพหลังถ่ายได้เลย แล้วถ่ายซ้ำใหม่ได้
แต่ถ้ามันเป็นช๊อตฟ้าประทานแบบว่ามีเวลาแป๊บเดียวแล้วมานจาทันม่ะคับ หัดให้ชินไว้จะดีก่าม่ะคับ พี่น้อง ........
แล้วไอ้การกดแล้วดูเยี่ยงน้านจะทำให้ท่านจดจำระยะต่างๆกะค่า F เหล่านั้นได้มั๊ยคับ ...... ยากมั๊ยคับ

  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
2.  12 มิถุนายน 2010, 18:19   post id:2232
LoneWolf
.

อ่ะ ........ เมื่อชักแม่น้ำทั้ง 5 สายเป็นที่เรียบร้อยแย้ว
เราก็มาดูกันดีก่าคับว่าหน้าตาไอ้เจ้า "ไฮเปอร์โฟคอลเรนจ์" มานเป็นยางงาย ฮุ๊ ฮุ๊ ฮุ๊ ..........

ที่เราสามารถเห็นไอ้เจ้าตัวนี้ได้ง่ายที่สุดก็จะเป็นเลนส์เดี่ยวมือหมุนรุ่น โบราณๆหน่อยนั่นแหละคับ
เดี๋ยวหารูปมาให้คับ(ไปจิ๊กรูปจากในไทยดีห้องซื้อขายมาคับ)


จากในรูปจะเห็นระยะโฟกัสกะขีดๆสีต่างๆบางชนิดก็เป็นเส้นๆขีดไปขีดมา(เคยเห็น ของไลก้าอ่ะ)
จะใช้งานโดย เมื่อเราโฟกัสจุดที่เราต้องการได้แว้ว ก็ให้มาดูที่สเกลนี้คับ เช่น
ถ้าเราใช้ F 8 ในภาพที่ 2 แล้วสมมติว่าวัตถุอยู่ห่างจากผม 5 ม. เลข 5 ก็จะอยู่ที่จุดกึ่งกลาง(ขีดสามเหลี่ยม)พอดี
แปลว่า ในภาพนี้ระยะชัดจะเริ่มตั้งแต่ระยะ 3 ม. ไปจนถึงระยะ 10 ม.(กะๆเอาจากภาพนะคับ)
แปลได้อีกว่า ถ้าผมต้องการให้ภาพของผมชัดตั้งแต่ระยะ 5 ม. ไปจนถึง อินฟินิตี้
ผมก็แค่หมุนวงแหวนโฟกัสในภาพจากทางขวามาทางซ้าย โดยให้ระยะตัวเลข 5 ไปอยู่ตรงขีดค่า F=8(ฝั่งซ้ายมือ) เท่านั้นเองคับ
ม่ะต้องปรับค่า F ให้แคบลงแต่ประการใด ...... ง่ายมั๊ยคับ ฮา ฮา ฮา ......

สมัยโบราณ(จนถึงสมัยนี้)พวกกล้องเรนจ์ไฟนเดอร์ เค้าถึงยกกล้องขึ้นมาถ้าวัดแสงไว้แล้วก็แค่กดชัตเตอร์อย่างเดียว
เพราะเค้ารู้ระยะชัดของกล้องเค้าอยู่แล้วไงคับ

อ่ะ ผมมีภาพเลนส์นิก้อน(จากห้องซื้อขายไทยดี)มาแถมอีกภาพนึง


รุ่นนี้จะแสดงช่วงไฮเปอร์โฟคอลเรนจ์เป็นสีตามค่า F นะคับ น่ารักดีนิ

=^_^=

 Image

 Image

 Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
3.  12 มิถุนายน 2010, 18:25   post id:2233
LoneWolf
.

ที่บอกไปเมื่อกี้เป็นเลนส์เดี่ยวนะคับ บางคนอาจแซวว่า โม้มาตั้งนานแล้วเลนส์ซูมมีแบบนี้มั๊ยน้อง .......

ขอตอบว่ามีนะคับ แต่เป็นรุ่นซูมชักอ่ะ เคยเห็นป่ะ ถ้าม่ะเคยมีรูปให้ดูคับ http://www.mir.com.my/rb/photograph...200mm/index.htm

หลักการก็จะเหมือนๆกระทู้ก่อนหน้านี้นะคับ แต่จะบอกช่วงความชัดในแต่ละ F เป็นสีๆอ่ะคับ

=^_^=


 Image


 Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
4.  12 มิถุนายน 2010, 18:31   post id:2234
LoneWolf
.

แล้วเลนส์ซูมแบบปัจจุบันจะมีระยะเยี่ยงนี้บอกไว้มั๊ยคับ พี่น้องคนไหนเคยเห็นกันมั่งป่าว ......

ถูกคับ คำตอบครือม่ะมี เพราะมานทำม่ะด้ายยยยย(ลากเสียงหน่อย)

ทางผู้ผลิตเค้าเลยคิดวิธีนี้มาให้คับ(เพิ่งหาเจอเมื่อม่ะกี่วันมานี้)
วันนี้ยังเซฟไฟล์เพื่อลงรูปม่ะได้คับ ไว้วันหลังจาเอารูปลงมาให้ดูกันเน้อ

=^_^=

  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
5.  12 มิถุนายน 2010, 19:33   post id:2235
avatar
thailand.png naryak เพศ: ชาย ลงทะเบียนเมื่อ: ธันวาคม 2009 โพสท์: 3068      ได้ใจ : 808      มอบใจ : 2029  


ถ้าความรู้คือสมบัติโลก จงค้นหาฝึกฝนและพลิกผ่ามือด้วยตัวเอง..
อย่าให้ใครมาบอกว่า ลงคอร์สนี้แล้วคุณจะถ่ายรูปแบบพลิกผ่ามือ..


.

เจ๋งมากครับน้าเพ้ง ได้ความรู้แบบโบราณทั้งที่ผมเป็นคนยุคใหม่ อิอิ!..
เลนส์พวกนี้เคยเห็นครับแต่ไม่รู้มันคืออะไรทำไว้ทำไหม วันนี้กระจ่างแล้ว..
รอฟังต่ออยากรู้ว่าทั้งๆที่มันมีประโยชน์มากขนาดนั้น ทำไมเลนส์สมัยนี้ไม่ทำกัน..
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
6.  17 มิถุนายน 2010, 18:12   post id:2258
avatar
thailand.png LoneWolf เพศ: ชาย ลงทะเบียนเมื่อ: ธันวาคม 2009 โพสท์: 947      ได้ใจ : 402      มอบใจ : -1  


"If your photographs aren't good enough, you're not close enough."
Robert Capa


"To take a photograph is to align the head, the eye and the heart. It's a way of life."
Henri Catier Bresson


.

น้ายักษ์ ตอบมาแบบนี้ผมก็แก่สุดๆเลยดิคับ      
ถ้าเป็นเลนส์ซูมแบบปัจจุบัน ต้องใช้การแสดงไฮเปอร์โฟกัสแบบนี้คับ

เวลาจะใช้ก็ต้องตัดส่วนที่ 2 แล้วก็เอาไปวางทาบกับส่วนที่ 1 ในช่วงเลนส์ที่เราใช้งานอยู่
(ตอนนี้ข้าน้อยซีร็อกซ์มาแระ เตรียมเอาไปเคลือบพลาสติกใสต่อคับ)

=^_^=

Image  

 Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
7.  17 มิถุนายน 2010, 18:14   post id:2259
LoneWolf
.

คราวนี้มาว่ากันถึงสาเหตุที่สมัยนี้เราม่ะค่อยเห็นเจ้าตารางแบบนี้กันนะคับ ......
มาจากการเดาของผม + คุยกับพี่ที่รู้จักกัน + อ่านหนังสือมานิดหน่อย

ข้อแรก มานม่ะสะดวกเวลาใช้งานคับ ลองคิดดูนะคับ เวลาที่จัดองค์ประกอบภาพเรียบร้อยยังต้องมาดูไอ้กราฟแบบนี้อีก
เดี๋ยวก็จะดูม่ะโปร ม่ะเป็นเทพไปซะงั้น ....... แต่ข้อนี้ผมว่าถ้าฝึกใช้บ่อยๆเดี๋ยวก็จำได้เองแหละค้าบ

ข้อสอง การข้ามาของปุ่มเช็คชัดลึกชัดตื้น(หรี่รูรับแสง) ทำให้สามารถมองเห็นความชัดในช่องมองภาพได้ง่ายขึ้น
เพราะกล้องสมัยก่อนเวลาวัดแสงเสร็จ เค้าต้องหรี่รูรับแสงเอาเองก่อนที่จะลั่นชัตเตอร์นะคับ(บางคนเรียกวิธีนี้ ว่า สเตปดาวน์)
บางที่หรี่มากๆภาพมืดตึ๊ดตื๊อเลยก๊มีคับ ...... แต่ก็อย่างที่บอกคับมานม่ะชัวร์ 100% หรอกคับ

ข้อสาม การเข้ามาของกล้องดิจิตอล ด้วยสโลแกนที่ว่า ดูภาพได้เลย ถ่ายเสียก็ถ่ายใหม่
ทำให้ติดอยู่ในวังวนแห่งความสะเพร่า ม่ะจำอารายซักกาที เฮ้อ!! ข้อนี้ว่าตัวเองชัดๆเรย ........ -___-"

ข้อสี่ ผู้ผลิตท่านคงเห็นว่าม่ะมีใครใช้ ก็เลยเลิกทำออกมาซะงั้น
อันนี้ผมเข้าใจเองว่า เลนส์แต่ละตัวแต่ละช่วงก็จะมีระยะชัดแตกต่างกัน แล้วจาต้องมาทดสอบกันทำไมให้เหนื่อย + เปลืองเงิน

เอวังก็มีด้วยประการละฉะนี้ล่ะค้าบ .............. สาตุ๊ ........

=^_^=
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
8.  17 มิถุนายน 2010, 18:16   post id:2260
LoneWolf
.

ลืมปาย ครายเจอ ข้อมูลเรื่องนี้ของเลนส์ 80-200 วานบอกด้วยนะคับ หามาหลายวันแระ ม่ะเจอซักที
เดี๋ยวว่าจาปายลองกล่องเลนส์ตัวนี้ดูคู่มือซะเลยนี่
เคยลองหาในกูเกิ้ลแล้วคับ เจอแต่ที่ต้องโหลดแบบเสียตังค์เล่มละ 14$ อ่ะค้าบ แพงจิ๊บ
แถมม่ะรู้ว่าจาถูกหลอกรึป่าวแวยอ่ะคับ เว็บดูม่ะน่าไว้วางจาย ฮา ฮา ฮา .............

  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง


ตั้งกระทู้ใหม่  ตอบกระทู้  หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
 



ค้นหาหัวข้อกระทู้: 0 สมาชิก, 0 ซ่อนอยู่ 1 ผู้ใช้งานทั่วไป
สมาชิกที่ใช้งานขณะนี้: ไม่มี