[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'title'
[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'url'
[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'title'
[Icy Phoenix Debug] PHP Notice: in file /includes/page_header.php on line 599: Illegal string offset 'url'
ภูกระดึง ปลายฝนต้นหนาว ต.ค. 52
หน้าแรก  gallery  forum  member list  us  link  สมัครสมาชิก   เข้าสู่ระบบ    
 †








หน้าแรก » ทัศนาจรตะลอนเที่ยวไทย

  วันเวลาปัจจุบัน 17 สิงหาคม 2017, 20:44  Bookmark and Share  


ตั้งกระทู้ใหม่  ตอบกระทู้ 
หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 3 หน้า
ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  ต่อไป
16.  18 ธันวาคม 2009, 19:19   post id:204
avatar
blank.gif yakthai  ลงทะเบียนเมื่อ: ธันวาคม 2009 โพสท์: 791      ได้ใจ : 47      มอบใจ : 72  


(•¸• )ไม่มีใครสอนให้เราเก่งได้นอกจากตัวเราเองฝึกฝนตัวเอง..


.

ในที่สุดพวกเราก็สามารถผ่านด่าน 1 กิโลเมตรแรกมาถึงซำแฮกจนได้ มันเป็นช่วงเวลาที่ต้องจดจำกันเลยทีเดียวครับ..


ถึงซำแฮกในสภาพแฮกๆกัน แต่ก็ขอโพสเท่ไว้ก่อน
Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
17.  18 ธันวาคม 2009, 19:22   post id:205
yakthai
.

หลังจากพักเหนื่อยที่ป้ายซำแฮกพวกเราก็เริ่มมองหาอะไรเย็นๆสดชื่นๆรับประทานกัน..
ก็ได้ไอติมถังครับที่ช่วยดับความร้อนในร่างกายลงได้ เมื่อก่อนผมมาไม่ค่อยมีอะไรขายมากไปกว่าน้ำอัดลมและส้มตำ..
ตอนนี้รู้สึกว่าของกินของขายตามชำต่างๆมีให้เลือกมากขึ้น อีกหนึ่งที่ถูกใจก็ น้ำแข็งไสใส่น้ำแดง กินแล้วชื่นใจดีจริงๆครับ..


Image


เหล่าแม่ค้าค้าขายที่ซำแฮกก็มีหลายเจ้าครับ ส่วนใหญ่ก็ขายคล้ายๆกัน ที่ฉีกแนวก็เป็นร้านขายของที่ระลึก..
เสื้อยืดภูกระดึงหลากสีหลายแบบก็เลือกซื้อได้ครับ ตัวหนึ่งก็อยู่ประมาณ 120-140 บาท..
เรื่องราคาอาหารเครื่องดื่มก็เท่ากันทุกร้าน ส่วนเรื่องการพูดการจา การบริการของแม่ค้าที่นี่หายห่วงครับ..
รับรองว่าบริการเป็นกันเองยิ้มแย้มแจ่มใสกันทุกคน ผมไปนั่งกินไอติมกะน้าต้อมแม่ค้าก็หั่นมะเฟืองกะเกลือมาให้ชิมดับกะหายฟรีๆ น่ารักจริงๆ..



Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
18.  18 ธันวาคม 2009, 19:27   post id:206
yakthai
.

ที่ซำแฮกเราคงพักได้ไม่นานนัก พวกเราพึ่่งเดินขึ้นมาได้ 1 ใน 5 ของเส้นทางทั้งหมด และ "ซำบอน" เป็นซำต่อไป..
แต่เป้าหมายต่อไปที่เราจะหยุดพักคือ "ซำกกกอก" ระยะทางจากที่นี่ก็ประมาณ 1 กิโลเมตรเช่นกัน..


ขุนเขาและสายหมอกมุมหนึ่งที่ซำแฮก..
 Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
19.  18 ธันวาคม 2009, 19:30   post id:207
yakthai
.

แล้วก็ได้เวลาที่พวกเราต้องออกเดินอีกครั้ง หลังจากผ่านศึกหนักด่านซำแฮกมาได้..
จากที่นี่ไปซำบอนถึงซำกกกอกทางเดินจะไม่ค่อยชันเดินสบายๆขึ้นครับแต่ก็ใช่ว่าไม่เหนื่อย..
ยังไงก็ขอแนะนำว่าไม่ต้องเร่ง ให้เดินไปเรื่อยๆสปีดคงที่ดีที่สุด ถ้ารู้สึกว่าเหนื่อยหายใจไม่ทันก็ควรหยุดสักพักสักครู่..
แต่ไม่ควรนั่งเอาแค่ยื่นพักเหนื่อยก็พอครับ ไม่อย่างนั้นคงไปไม่ถึงไหนเพราะเอาแต่นั่งพัก (นั่งแล้วยาวครับ)


Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
20.  18 ธันวาคม 2009, 19:42   post id:208
yakthai
.

พวกเราเดินผ่านซำบอน มาถึงซำกกกอก ก็เห็นป้ายข้างหน้าบอกว่า "ซำกอซาง" อีก 200 เมตร..
เลยตัดสินใจเดินกันต่ออีกหน่อยครับ บอกได้เลยครับว่า สำหรับการตะกายขึ้นภูกระดึงนั้น คนผอมคนตัวเล็กหรือแม้แต่เด็กๆ..
มักจะได้เปรียบคนที่มีรูปร่างท่วมหรือคนอ้วนอย่างเห็นได้ชัด ผมกำลังตั้งข้อสังเกตจาก "ทีมตามล่าหาแสงตะวัน"..
นั่นคือชื่อทริปหรือชื่อทีมของเรา ในทีมเรานั้นจะมี พี่บัติ น้องชัย จะตัวผอมเล็กและมีน้องซาเล้ง เด็กอายุ 9 ขวบ..
ซึ่ง 3 คนนี้จะเดินนำหน้าและถึงจุดหมายก่อนทุกครั้ง แล้วตามท้ายมาด้วย น้าต้อม น้าบัง และผม..

ถ้าท่านใดคิดจะขึ้นภูกระดึงถ้ามีการเตรียมตัวฟิต ร่างกายและลดน้ำหนักกันหน่อย
ผมคิดว่าสามารถช่วยให้ท่านขึ้นภูกระดึงได้อย่างราบรื่นครับ แต่ใช่ว่าคนอ้วนแบบอ้วนจริงๆจะขึ้นไม่ได้นะครับ..
วันที่ผมไปก็เจอท่านหนึ่งดูแล้วน้ำหนักน่าจะเกิน 100 ก.ก. กำลังค่อยๆตะกายขึ้นเช่นกันแต่ก็ลำบากนิดหนึ่ง แต่ถ้าใจสู้ถึงเมื่อไหร่ก็ถึงเมื่อนั้นล่ะครับ...


เพื่อนๆรอผมที่ซำกอซาง
Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
21.  18 ธันวาคม 2009, 19:47   post id:209
yakthai
.

อีกช้อยส์ครับสำหรับคนอยากขึ้นภูกระดึงแต่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย..
ด้วยอัตราค่าบริการเพียง 2,000 บาท โดยใช้ลูกหาบ 2 คนในการแบกขึ้นตามรูปครับ..

ผมจำได้ว่าเมื่อ 14 ปีก่อนผมมาขึ้นภูกระดึง ก็เจอการหามขึ้นด้วยคน 4 คน โดยใช้ราวไม้ใผ่ผูกติดเก้าอี้ไม้แล้วให้นั่งไป..
ดูแล้วน่าจะได้สัมผัสบรรยาศธรรมชาติและเห็นสภาพทางขึ้นของภูกระดึงมากกว่าวิธีแบกด้วยเปญวนแบบปัจจุบัน..
ซึ่งต้องนอนอยู่ในเปญวนนั้นตลอด ก็แทบไม่เห็นอะไรนอกจากใบไม้และท้องฟ้าครับ..



ลักษณะลูกหาบแบกคนขึ้นลงภูกระดึง
Image  

Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
22.  18 ธันวาคม 2009, 19:50   post id:210
yakthai
.

พวกเรานั่งพักกันที่ "ซำกอซาง" พอหายเหนื่อยแล้ว พี่บัติกะน้าซาเล้งก็เริ่มนำขนวนเคลื่อนพลต่อ..
จุดหมายที่ตั้งไว้เราจะเดินผ่าน พร่านพรานแป ซำกกหว้า และจะหยุดพักที่ ซำกกไผ่ ระยะทางจากที่นี่ถึงซำกกไผ่ประมาณ 1.4 กิโลเมตร..
ด้วยความเหนื่อยล้าด้วยสภาพร่างกายที่เสียเหงื่อไปเยอะ แถมต้องทนแบกกระเป๋ากล้องหลังแถบหักนั้น..
1.4 กิโลเมตรพวกเราเองยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำได้ในม้วนเดียวจบหรือไม่..


Image


Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
23.  18 ธันวาคม 2009, 19:53   post id:211
yakthai
.

มาเดินกันต่อครับ อย่างที่ผมเคยเกริ่นมาแล้วว่าชื่อทริปคือ "ตามล่าหาแสงตะวัน"..
แต่ตั้งแต่เช้าที่เรามาถึงส่วนใหญ่ท้องฟ้าจะปิดตลอด อาจเป็นเพราะช่วงตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2552 พายุกิสนาถล่มเข้ามา..
และยังมีลูกอื่นมะรอมมะร่อจะตามเข้าถล่มอย่างต่อเนื่อง พวกเราก็เสียวๆอยู่เหมือนกันว่าจะได้ขึ้นภูกระดึงตามที่หมายไว้หรือเปล่า..
แต่ก่อนวันที่ 14 ตุลาคม 2552 พายุก็เริ่มซาๆลงแต่ก็ยังมีฝนกระหน่ำมาเป็นช่วงๆ..


ลีลาลูกหาบมีทั้งชายและหญิงบางก็เป็นครอบครัวช่วยกันขันแข็ง..
Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
24.  18 ธันวาคม 2009, 19:56   post id:212
yakthai
.

มาภูกระดึงท้องฟ้าปิดไร้แสงสาดส่อง คนถ่ายภาพอย่างพวกเราก็หงอยๆเหงาๆเป็นธรรมดา..
แต่เมื่อพวกเราเจอแสงกันเมื่อไหร่ก็มักจะออกอาการดีใจอย่างนอกหน้า มันบอกไม่ถูกจริงๆครับ..
เพราะจะพูดไปแล้ว "ถ้าไร้แสงก็ไร้ซึ่งภาพถ่าย.."


ลีลากระดี๋กระด๋าเมื่อพวกเราเจอแสง สงสัยแวมไพร์คงเป็นเพื่อนเราไม่ได้แน่.. อิอิ!
Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
25.  18 ธันวาคม 2009, 19:59   post id:213
yakthai
.

มาครั้งนี้ต้องยอมรับว่าทางขึ้นภูกระดึง พัฒนาให้ดีขึ้นผู้คนที่มาเที่ยวก็ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น..
อย่างบันไดหินราวเหล็กที่เห็นในรูป มีอยู่หลายช่วงแต่ก็ไม่ทิ้งร่องรอยทางขึ้นลงอันเดิมไว้..
ถ้าใครไม่อยากเดินอ้อมไปอ้อมมาเหมือนถนนที่คดเคี้ยวขึ้นเขา..
ก็สามารถตัดตรงขึ้นลงทางเดิมได้ครับแต่คุณต้องมีแรงเหลือเฟือเพื่อต่อสู้กับความชันของมัน...



Image


ผมเองก็ไม่ได้ทดสอบว่า การเดินขึ้นทางบันไดอ้อมไปอ้อมมากับการตัดขึ้นตรงอันไหนเสียแรงมากกว่ากัน..
แต่ตอนขาลงนั้นผมลองเดินลงเส้นทางเดิมแล้วน้าต้อมเดินลงบันได ปรากฎว่าถึงจุดสิ้นสุดบันไดพร้อมๆกันครับ..



Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
26.  18 ธันวาคม 2009, 20:04   post id:214
yakthai
.

จากจุดหมายที่เราตั้ง ไว้ว่าจะพักกันที่ "ซำกกไผ่" ก็ไปไม่ถึงเสียแล้ว..
เพราะความอ่อนแรงพวกเราจำเป็นต้องนั่งพักเหนื่อยกันอย่างเลี่ยงไม่ได้..


Image  


ก็ได้แต่นึกในใจว่า ทำไมเราไม่เอากระเป๋ากล้องให้ลูกหาบไปด้วย จะได้เดินตัวเปล่าๆสบายๆ..
หันหลังกลับมาเจอพี่คนนี้แกคงต้องรับน้ำหนักลูกสาวน่าสักยี่สิบกว่าโลได้..
หนักกว่ากระเป๋ากล้องของผมเท่าตัว ผมก็เลยเลิกบ่นในใจ แบกมันต่อไปครับ..


Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
27.  18 ธันวาคม 2009, 20:09   post id:215
yakthai
.

มาถึงตรงนี้แต่ละคนก็เริ่มออกอาการ ช่วงล่างคลอนน้าบังเป็นหนักคงทั้งหลวมทั้งคลอน..
จากที่เคยใช้ไม้เท้าค้ำช่วยอันเดียวถ้าสังเกตจากภาพตอนนี้มีสองอันยังกะนักเล่นสกียังไงยังนั้น..
พอเพื่อนๆเห็นว่าผมกะน้าบังเดินมาทันก็ที่ซำกกหว้าแล้วก็เดินนำหน้าไปอีก..
ผมกะน้าบังพึ่งมาถึงก็เลยต้องขอยืนพักที่ซำกกหว้าสักพักหนึ่ง..



ถึงแล้ว! เพื่อนๆยืนรอที่ "ซำกกหว้า"
Image


อีก 460 เมตรเราจะถึงซำกกไผ่
Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
28.  18 ธันวาคม 2009, 20:15   post id:216
yakthai
.

ในช่วงที่ชันมากๆผมเห็นด้วยนะครับที่จะทำบันไดอ้อมไปอ้อมมา แต่ถ้าเป็นสภาพที่ไม่ชันมาก..
ผมคิดว่าสภาพทางเดินที่เป็นดินบ้างหินบ้างรากไม้บ้าง จะทำให้เดินสะดวกกว่าบันไดหินแบบนี้ครับ



บันไดหินหนึ่งในทางขึ้นภูกระดึง
Image


เพราะแต่ละขั้นของบันได้หินนั้นกว้างไม่เท่ากัน ความสูงแต่ละขั้นก็ไม่เท่ากัน..
อันนี้อยู่กับสภาพพื้นดินตรงนั้น มันจึงทำให้การก้าวเดินในแต่ละก้าวผิดที่ผิดจังหวะไปหมดครับ..
เราไม่สามารถรักษาสเตปก้าวที่แน่นอนได้ การก้าวขึ้นบันไดแต่ละขั้นจึงขาดๆเกินๆ..
ทำให้เราเดินขึ้นสดุดๆอย่างไรถ้าคุณมีโอกาสไปขึ้นภูกระดึง ก็คงได้ลองกันครับ..



ลูกหาบรีบเดินลงเพื่อไปรับสัมภาระต่อไป..
Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
29.  18 ธันวาคม 2009, 20:19   post id:217
yakthai
.

การวางแผนที่จะเดินและพักเป็นจุดตามที่กำหนดเริ่มล้มเหลว เพราะการขึ้นภูกระดึงไม่ใช่ทางราบที่สม่ำเสมอกันตลอดทาง..
บางช่วงเดินง่ายบางช่วงเดินยาก บางช่วงชันมากชันน้อยไม่เท่ากัน มันจึงเป็นตัวแปรสำคัญระหว่างสังขารกับระยะทาง..
ดังนั้นการที่พวกเรากำหนดจุดพักที่ซำกกไผ่ไว้ จึงไม่เป็นไปตามที่วางไว้..
เมื่อถึงซำกกไผ่พวกเรายังมีแรงเหลือจากการนั่งพักก่อนหน้า แล้วเดินผ่านซำกกไผ่มุ่งหน้า "ซำกกโดน"



Image
  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง
30.  18 ธันวาคม 2009, 20:22   post id:218
yakthai
.

ที่ซำกกโดนคือจุดที่พวกเราจะหยุดพักกินข้าวเที่ยงกัน โดยที่พวกเราเริ่มออกเดิน..
ที่หลักกิโลศูนย์เมื่อเวลา 9.45 น. ถึงซำกกโดน 13.05 น. ระยะเวลาเดินทางเท่ากับ 3 ชั่วโมง 20 นาที..
ก็ถือว่าพวกเราทำเวลาได้ดีพอสมควร จากนี่ไป "หลังแป" ยังเหลือระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
แต่เป็น 2 กิโลเมตรที่มีความชันที่ต้องทั้งปีนทั้งป่าย เท้าเดินอย่างเดียวไม่พอคงต้องใช้มือช่วยประคองด้วยครับ..




Link

  
 Quick Comment
ตอบกระทู้และอ้างถึง


ตั้งกระทู้ใหม่  ตอบกระทู้  หน้าที่ 2 จากทั้งหมด 3 หน้า
ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  ต่อไป



ค้นหาหัวข้อกระทู้: 0 สมาชิก, 0 ซ่อนอยู่ 0 ผู้ใช้งานทั่วไป
สมาชิกที่ใช้งานขณะนี้: ไม่มี